Dip-Innovation

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

19.Intouch แผ่นรองเท้านวัตกรรมนาโน

หลัง การประชุมภายในโฮมออฟฟิศเล็กๆ ผ่านไป บทสนทนาผ่อนคลายระหว่างเพื่อนและหุ้นส่วนธุรกิจเริ่มต้นขึ้น ท๊อป-วิภาส เผดิมวงศ์ เล่าถึงแผ่นรองรองเท้ากลิ่นหอมของญี่ปุ่นที่ทำจากกระดาษใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งได้ดูจากรายการทีวี ตู่-พรชัย แรมลี หันมาบอกเพื่อนรุ่นพี่ “แบบนี้เราก็ทำได้ ใช้ได้หลายครั้งไม่ต้องทิ้งด้วย”

โฮมออฟฟิศแห่งนี้ประกอบด้วย 3 บริษัท นะโม–คัจฉามิ – seedmode เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่มีแนวคิดไปในทางเดียวกัน คือ นวัตกรรม+คุณธรรม โดย Seedmode ออก แบบเว็บไซต์ ตลอดจนงานกราฟิกต่างๆ นะโม ทำหน้าที่ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับนวัตกรรม อินเทอร์เน็ต และระบบเครือข่ายไร้สาย ส่วน คัจฉามิ ดูแลด้านการตลาดทั้งหมด

ตู่ เรียนจบทางวิศวกรรมศาสตร์ด้านโพลิเมอร์และสิ่งทอ หัวข้อปริญญานิพนธ์ก่อนจบการศึกษาของเขา คือ เรื่องของการทอเส้นใยซึ่งบรรจุเทคโนโลยีการเก็บกลิ่นเข้าไป และเคยทำงานในฝ่ายออกแบบของรองเท้าไนกี้ เขาเคยฝันอยากทำรองเท้าที่มีกลิ่นหอม

จาก การคุยกันเล่นๆ ท๊อปเริ่มเก็ทไอเดียมองเห็นภาพเป็นรูปเป็นร่างถึงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ใหม่ ตอบโจทย์ปัญหาใกล้ตัวที่โชยกลิ่นมาบ่อยๆ นั่นคือ กลิ่นอับจากรองเท้านั่นเอง

“ผม เคยทำงานทางด้านการตลาดในบริษัทเนสท์เล่มาก่อน ทำให้ค่อนข้างเข้าใจเรื่องตลาด ผมมองสินค้าตัวนี้ว่าเป็นคอนซูเมอร์โปรดักท์ ผมเริ่มศึกษาทางด้านการตลาด พบว่ามีช่องทางจะขายได้ เริ่มเขียนแผนธุรกิจขึ้นมา จากนั้นเอามาให้ทุกคนอ่าน ทุกคนเห็นด้วย พี่ใหญ่ในบริษัทอ่านโปรเจ็กต์ของผมก็สนับสนุนอีกเสียงว่าน่าจะทำได้ เราจึงเริ่มต้นลงมือ”

โปรเจ็กต์แผ่นรองรองเท้า Intouch ใช้ วัสดุจากยางพาราธรรมชาติ ผสมผสานนวัตกรรมใหม่ของไมโครแคปซูลบรรจุน้ำมันหอมระเหยที่สามารถป้องกัน เชื้อแบคทีเรียและมีกลิ่นหอมขณะใช้งาน จึงเริ่มต้นขึ้น

“ตลาด บ้านเรายังไม่มีแผ่นรองรองเท้าที่มีกลิ่นหอม บ้านเราเป็นประเทศร้อน มีเหงื่อออกมาก เรื่องกลิ่นเท้าเป็นเรื่องธรรมชาติ เสื้อผ้าเราซักทุกครั้งที่ใส่ แต่รองเท้านานๆ ซักที ทำให้มีกลิ่นสะสม บางคนไม่มีกลิ่น แต่ก็มีแบคทีเรียอยู่ดี ทุกคนก็พยายามสรรหาวิธีแก้ เราจึงเลือกโปรดักท์ตัวนี้ขึ้นมาเพื่อพยายามแก้ปัญหาตรงนี้”

โจลิน-ศิริพักตร์ รชตเวศน์ หญิงสาวในทีมช่วยอธิบายถึงการทำงานว่า เทคโนโลยีซึ่งรู้จักกันในนามของ Aroma Ball ว่า เมื่อเกิดการเสียดสีกันจากการใช้งาน อนุภาคน้ำมันหอมระเหยที่ใช้เทคโนโลยีนาโนในการพัฒนาให้เล็กมากๆ ผนึกในลักษณะของไมโครแคปซูล ซึ่งสร้างเกราะล้อมรอบน้ำมันหอมระเหย เมื่อได้รับการกระทบกระเทือนหรือเกิดการเสียดสี เกราะจะแตกออกและปล่อยน้ำมันหอมระเหยข้างในออกมา เกิดการแตกตัว จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 เล็กลงเรื่อยๆ ทำให้กลิ่นหอมฟุ้งออกมา ผ่านไปสักพักแคปซูลจะปิดตัวเองอีกครั้ง กลิ่นจึงหยุดระเหย และจะเริ่มทำงานเมื่อมีการเสียดสีจากการใช้งานครั้งต่อไป เรียกว่าใส่รองเท้าทีไรก็จะส่งกลิ่นหอมออกมาแทน และการที่ตัวโมเลกุลขนาดนาโนเข้าไปเคลือบก็จะทำให้มีความสามารถในการป้องกัน แบคทีเรีย

“เรา ต้องค้นหาตั้งแต่จุดเริ่มต้น วัสดุเป็นอะไร กว่าจะได้ตัวอย่างยากมากๆ เราไปหลายโรงงาน นำวัสดุกลับมาทดสอบ จนกระทั่งออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ความแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันคือ Intouch มีกลิ่นหอม ป้องกันแบคทีเรียได้โดยใช้ระบบนาโน และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติเป็นจุดขายของเรา ซึ่งในประเทศไทยผมคิดว่ายังไม่มี”

ผลิตภัณฑ์ ตัวแรกที่ถูกพัฒนาขึ้น คือ แผ่นรองรองเท้า ต่อมาจึงพบว่าด้วยวัสดุเดียวกัน สามารถทำแผ่นกันกัดได้ด้วย โดยที่มีคุณสมบัติอ่อนนุ่มกว่าแบรนด์ที่มีในท้องตลาด และมีกลิ่นหอมขณะใช้งานด้วยเช่นกัน จากนั้นไอเดียต่อเนื่องคือ Aroma Spray สเปรย์ฉีดดับกลิ่นและป้องกันแบคทีเรียในแบรนด์ breeze by intouch

“เราดัดแปลงสูตรน้ำมันหอมระเหยที่ใส่ลงไปในแผ่นรองรองเท้าเพื่อนำมาทำเป็นสเปรย์ เราพบว่าตัว Aroma Ball สามารถ ฉีดได้กับเครื่องหนัง โดยที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไร และยังสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เราแนะนำลูกค้าว่าสามารถใช้ฉีดพวกผ้าม่าน พรมเช็ดเท้า หรือผลิตภัณฑ์เครื่องหนังได้ด้วย”

สาวโจลินช่วยเสริมว่า นอกจากผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเท้า Intouch ซึ่งหมายถึง keep in touch ไม่ขาดการติดต่อกัน คอนเซ็ปต์ คือ เป็นสินค้าที่สัมผัสกับตัวเรา

“เราเชื่อมต่อกันไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมทางอินเทอร์เน็ตหรือตัวสินค้า เรายังมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ Bar Grip ซึ่ง ได้ไอเดียจากร้าน 100 เยนที่ญี่ปุ่น ที่มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องจุกจิกเล็กน้อย เรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ ของผู้หญิง คือ สายเสื้อชั้นในเลื่อน อย่างใส่สายเดี่ยว บางทีสายชั้นในมันไปอยู่ในตำแหน่งที่โผล่ออกมานอกเสื้อ ทำให้ขาดความมั่นใจ เราเลยคิดทำที่ติดสายเสื้อในไม่ให้โผล่ออกมา ทำจากแผ่นยางธรรมชาติ ให้มีกาวติดสายชั้นในกับเสื้อตัวนอก”

ผลิตภัณฑ์ 4 ตัวแรกของ Intouch เปิด ตัวในงานเมดอินไทยแลนด์ในเดือนสิงหาคมที่เพิ่งผ่านไป เป้าหมายเพียงแค่ต้องการเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักและดูทิศทางการตลาด พร้อมกับว่าจ้างพริตตี้ให้มาช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมงานในวันแรก แต่วันต่อๆ มาพวกเขากลับพบว่าสินค้าขายได้ด้วยตัวเอง แม้บู๊ธจะตั้งอยุ๋ในทำเลที่ค่อนข้างห่างไกลจากทางเข้างาน

ไม่ เพียงผู้ที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าในงาน ยังมีผู้ประกอบการที่มองหาสินค้าเพื่อจำหน่ายติดต่อเข้ามาหลายราย บางส่วนเป็นตัวแทนที่กำลังมองหาสินค้าส่งออก นอกจากนี้ Intouch ก็ ยังเป็นที่สนใจจากบู๊ธอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น รองเท้า ถุงเท้า ฯลฯ เรียกว่าได้กลุ่มผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นเป้าหมายหลักโดยตรง

“เราตั้งเป้าหมายว่าในเดือนแรกจะต้องมีวาง 100 แห่ง กระจายไปยัง Tradition Trade เช่น ร้านถุงเท้า ร้านรองเท้า ซึ่งอาจจะอยู่ในห้าง แต่เราไม่ได้มองไปที่ช่องทางโมเดิร์นเทรด หรือคอนวีเนี่ยนสโตร์โดยตรง เพราะตรงนั้นต้องใช้ทุนมหาศาล เราพยายามติดต่อผู้ประกอบการในต่างจังหวัดเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายด้วย”

ขณะเดียวกัน Intouch ก็กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะออกตลาดตามมา โดยคอนเซ็ปต์ที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของคุณได้ เทียบกับธุรกิจในแวดวงอินเทอร์เน็ตดูเหมือน Intouch จะฉีกแนวออกไป แต่พวกเขายืนยันว่าสิ่งที่เหมือนกันคือ นวัตกรรม

“เรา อยู่ในโลกที่มันเป็นนวัตกรรมแล้วไงครับ จริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนรู้หลายอย่างมากที่เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ได้แต่ไม่ได้ทำ แต่พวกเราเอาสิ่งที่เรารับรู้มามองว่าจะทำอะไรได้บ้าง เราไม่ได้ทำสิ่งที่ห่างไปจากตัวเรานะครับ ตู่เคยทำด้านรองเท้า ผมเคยทำคอนซูเมอร์โปรดักท์ ดังนั้น สิ่งที่เราทำก็ไม่ได้ถือว่าเราไม่มีความรู้เลย เรามีโนว์ฮาว แต่เราจับมารวมกันในส่วนผสมที่ลงตัวและเหมาะกับเราที่สุด”

หลังจากท๊อปกล่าวจบ สาวโจลินสรุปตามว่า

“สินค้าที่ออกมาตอบโจทย์เราเองด้วย เราก็มีปัญหาพวกนี้ ต้องการของพวกนี้ แต่ไม่มีใครทำให้ เราเลยลงมือทำเองค่ะ”

 

สนใจผลิตภัณฑ์ Intouch สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท คัจฉามิ จำกัด โทร.0-2513-3360-

ที่มา: นิตยสาร SME Thailand ก.ย.2551 คอลัมน์ Assorted Idea หน้า 42-43 และ http://www.smethailandclub.com/content/article_detail.asp?articleid=581
Updated: February 22, 2017 — 10:49 pm

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Dip-Innovation © 2016 Frontier Theme