Dip-Innovation

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

3 ระบบการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อครบวงจร

วิจัย\”หอยเป๋าฮื้อ\”ครบวงจร เส้นทางยกระดับสัตว์น้ำไทย
     ทิศทางการพัฒนาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจในประเทศไทยตามแนวทางของ 3 นักวิจัย คือ นวลมณี พงศ์ธนา ธเนศ พุ่มทอง และ วราทิพย์ สมบุญญฤทธิ ภายใต้ \”โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงทริพลอยด์ และผลิตภัณฑ์ของหอยเป๋าฮื้อ\” หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า นี่อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพธุรกิจสัตว์น้ำชนิดนี้ยิ่งขึ้น เนื่องจากหัวข้องานวิจัยนั้นครอบคลุมตั้งแต่การเพาะเลี้ยงไปจนถึงกระบวนการแปรรูป
หากย้อนไปเมื่อปี 2531 นับเป็นครั้งแรกที่คนไทยประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง หอยเป๋าฮื้อ หรือ หอยโข่งทะเล ซึ่งเป็นหอยทะเลฝาเดียว อาศั ยอยู่บริเวณกองหิน หรือแนวปะการังใต้ทะเล มีรสชาติดีและราคาแพง ทว่าอัตรารอดตายและการเจริญเติบโตยังมีค่าต่ำ
นวลมณี ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า การดำเนินโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงทริพลอยด์ และผลิตภัณฑ์ของหอยเป๋าฮื้อนั้น แบ่งการทำงานออกเป็น 3 โครงการย่อย คือ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาหอยเป๋าฮื้อทริพลอยด์ และโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหอยเป๋าฮื้อ โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนทุนวิจัยปี 2548-2550 จำนวน 5.38 ล้านบาท
หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวอีกว่า เลือกวิจัยหอยเป๋าฮื้อ ชนิด Haliotis asinina ที่เจริญเติบโตเร็วและมีเปอร์เซ็นต์เนื้อต่อเปลือกสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะสำหรับการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาภาชนะที่ใช้ในการเพาะอนุบาล และเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อจากระยะวัยอ่อนจนถึงขนาดตลาด พัฒนาเทคนิคในการเพาะอนุบาล และเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อจากระยะวัยอ่อนจนถึงขนาดตลาด ศึกษาต้นทุนการใช้ภาชนะและเทคนิคที่พัฒนาขึ้น ผลิตหอยเป๋าฮื้อจากระยะวัยอ่อนจนถึงขนาดตลาด ศึกษาวิจัยวิธีการเหนี่ยวนำหอยเป๋าฮื้อทริพลอยด์ ทดสอบการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อทริพลอยด์ ศึกษาวิธีการเตรียมวัตถุดิบหอยเป๋าฮื้อเพื่อใช้ในการแปรรูป และศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหอยเป๋าฮื้อ
ด้าน ธเนศ หัวหน้าโครงการย่อย โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ กล่าวว่า จากการศึกษาทำให้พบแนวทางการพัฒนาดังนี้ ในอดีตการเพาะพันธุ์หอยเป๋าฮื้อ ทำโดยการกระตุ้นพ่อแม่พันธุ์หอยให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ในเวลา 12.30-13.30 น. ด้วยวิธีการปล่อยทิ้งแห้ง ร่วมกับการใช้น้ำทะเลผ่านรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งพ่อแม่พันธุ์บางส่วนจะปล่อยน้ำเชื้อและไข่ออกมา ขณะเดียวกันยังมีพ่อแม่พันธุ์บางส่วนปล่อยน้ำเชื้อและไข่ในเวลา 24.00-03.00 น. ทำให้สูญเสียไข่และน้ำเชื้อไปกับกระแสน้ำโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนวิธีใหม่ได้ออกแบบถังที่มีครีบยื่นออกมาจากผนังด้านใน เพื่อดักกระแสน้ำให้ไหลวน ทำให้น้ำเชื้อไหลออกจากภาชนะช้าลง และมีโอกาสผมกับไข่ได้มากขึ้น
\”ในการอนุบาลลูกหอยเป๋าฮื้อระยะลงเกาะ ผมสร้างอุปกรณ์แบบใหม่ ซึ่งเป็นถุงพลาสติกใส พบว่าลูกหอยมีอัตรารอดตายสูงกว่าการอนุบาลด้วยอุปกรณ์แบบเดิม ซึ่งเป็นแผ่นพลาสติก ส่วนการอนุบาลหอย 35 วัน (ขนาด 0.1 ซม.) ไปจนถึงขนาด 1.5 ซม. โดยใช้ภาชนะหลบซ่อนทรงกรวย มีผลทำให้ลูกหอยการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายสูงกว่า การอนุบาลลูกหอยด้วยอุปกรณ์แบบเดิม ซึ่งเป็นแผ่นพีวีซีวางคว่ำที่พื้นบ่อ\” ธเนศ กล่าว
ทั้งนี้ ธเนศ อธิบายว่า ขั้นตอนเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อขนาด 1.5-3.5 ซม. ซึ่งเป็นหอยระยะ 7 เดือน ด้วยอุปกรณ์ที่ออกแบบขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นกระชัง ภายในมีแผ่นอะคริลิกวางตั้งฉากกับพื้นกระชัง 20 แผ่น ส่งผลให้หอยเติบโตและอัตราการรอดตายสูงกว่าการเลี้ยงแบบเดิม ซึ่งเป็นแผ่นพีวีซีโค้งงอที่วางคว่ำกับพื้น
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
ที่มา: http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?topic=6469.msg7337

Updated: February 21, 2017 — 1:35 pm

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Dip-Innovation © 2016 Frontier Theme