Dip-Innovation

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

น้ำยางธรรมชาติแทนพีวีซี

ไอเดียช่วยธรรมชาติ ทดแทนการใช้พีวีซี
ด้วยน้ำยางธรรมชาติจาก มทร.ธัญบุรี

สภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สร้างความเดือดร้อน และเกิดผลกระทบไปทั่วโลก หลายฝ่ายต่างช่วยกันรณรงค์ ให้ลดการใช้พลังงาน และวัสดุ สิ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน “การพัฒนาวัสดุทดแทนพีวีซีเหลวด้วยน้ำยางธรรมชาติในกระบวนการจุ่มด้วยแม่พิมพ์”  งานวิจัยของภาควิชาวิศวกรรมวัสดุและโลหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี โดยนางสาวสุวรรณา (ยะ) หมีสัน, นางสาวจินตนา (แจ้ว)  ขวัญแก้ว, นางสาวรัชนี (บุ๋ม)  แก้วทองนักศึกษาชั้นปีที่4    และผศ.ดร.สมหมาย   ผิวสอาด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ปรึกษาตลอดโครงการ    โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย จากโครงการ IRPUS  โครงงานอุตสาหกรรมและวิจัยสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี  งานวิจัยคุณภาพ อีกทางเลือกที่น่าสนับสนุน อย่างน้อยๆ ก็เป็นความคิดของเยาวชนไทยที่มีต่อโลกของเรา
นางสาวรัชนี (บุ๋ม)  แก้วทอง  ตัวแทนเล่าว่า  เป็นงานวิจัยที่ช่วยลดการใช้พีวีซีโดยหันมาใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ โดยทำการศึกษาการเตรียมน้ำยาง
พรีวัลคาไนซ์ ที่มีการแปรปริมาณสารตัวเติม 2 ชนิด คือแคลเซียมคาร์บอเนตและ เคลย์ ในปริมาณที่ต่างกัน แล้วทำการศึกษาสมบัติเชิงกล สมบัติทางกายภาพ สมบัติทางไฟฟ้า และผลของการขึ้นรูปต่อความหนาของผลิตภัณฑ์ โดยวิธีการดังนี้ ขั้นแรกการเตรียมน้ำยางคอมพาวด์    1.การเตรียมสารเคมีในรูปของดิสเพอร์ชัน หรือ
สารละลาย ด้วยเครื่องผสมโดยใช้ความเร็วรอบ 300 รอบต่อนาที ที่อุณหภูมิ 60 – 70 องศาเซลเซียส  2.ชั่งน้ำยางตามสูตร  3.ผสมน้ำยาง และสารเคมีตามลำดับด้วยเครื่องผสม 30 นาที  4.นำน้ำยางที่ได้ มาทำการกรองเพื่อแยกสารเคมีที่เหลือออกจากปฏิกิริยา  5.บ่มน้ำยางที่อุณหภูมิห้อง ทิ้งไว้ประมาณ  7  วัน ขั้นของการเตรียม
แผ่นทดสอบ
1.เทน้ำยางคอมพาวด์ลงในแม่พิมพ์สำหรับขึ้นรูปแผ่นทดสอบ 2.อบแผ่นทดสอบที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 3.นำชิ้นทดสอบออกจาก
แม่พิมพ์
ต่อมาขั้นตอน การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ 1.นำแม่พิมพ์ไปอบที่อุณหภูมิ 100 องซาเซลเซียส 2.จุ่มสารช่วยในการจับตัว (แคลเซียมไนเทรต 20%) 3.จุ่มน้ำยาง
คอมพาวด์ที่เวลา 50 วินาที  4.อบผลิตภัณฑ์ 5.ถอดชิ้นงานออกจาแม่พิมพ์2   6.ตกแต่งผลิตภัณฑ์  งานวิจัยดังกล่าว สรุปได้ว่า สารตัวเติมที่เหมาะสมคือ เคลย์ ให้ค่าสมบัติเชิงกลที่มีความทนทานต่อแรงดึง ความทนทานต่อการฉีกขาด และความแข็ง และค่าสมบัติทางไฟฟ้าคือความต้านทานเชิงปริมาตร ความต้านทานเชิงพื้นผิว ความสำเร็จของงานวิจัยนี้ ช่วยลดการใช้พีวีซี แล้วหันมาใช้น้ำยางธรรมชาติแทน ซึ่งจะมีความยืดหยุ่น ทนทานต่อแรงดึง และการฉีกขาด และมีความเป็นชนวนไฟฟ้าดี เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับภาคส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นชิ้นงานอิเล็กทรอนิกส์ จำพวกชนวนหุ้มสายไฟ และสามารถปรับการใช้งานตามความเหมาะสมหรือตามต้องการ  ไม่มากก็น้อยคงช่วยลดการปล่อยสารพิษออกสู่อากาศได้

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่

ผศ.ดร.สมหมาย  ผิวสอาด
โทร.089-9003227, 02-549-4150-4
www.rmutt.ac.th

ที่มา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Updated: February 21, 2017 — 12:24 pm

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Dip-Innovation © 2016 Frontier Theme