Dip-Innovation

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิดสังหารบุคคล

ชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิดสังหารบุคคล
ผลิตจากเส้นใยของไทย ประสิทธิภาพเทียบเท่าของนำเข้า

เหตุการณ์ความสูญเสียและบาดเจ็บของทหารจากการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  มีหลักฐานแสดงว่าเกิดจากการได้รับอันตรายจากเกิดระเบิดเป็นส่วนใหญ่  เนื่องจากสำนักวิทยาศาสตร์ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว  ทางสำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม  จึงทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิด  โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี  2548  และงานวิจัยพัฒนาล่าสุดที่ได้ร่วมมือกับ    3  หน่วยงาน  ได้แก่  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  (มทร.)  ธัญบุรี  บริษัท  ยูไนเต็ด  อาร์เมอร์  จำกัด  และบริษัท  คอบร้า  จำกัด  คือ  โครงการวิจัยและพัฒนาชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิดสังหารบุคคล
รศ.สุจิระ  ขอจิตต์เมตต์  ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  (มทร.)  ธัญบุรี  อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งทอ  คณะวิศวกรรมศาสตร์  ตัวแทนผู้ร่วมวิจัยและพัฒนาชุดลดอันตรายระเบิดสังหารบุคคล  เล่าว่า  วัสดุป้องกันอันตรายจากสะเก็ดระเบิด  เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติในการลดแรงปะทะและการทะลุทะลวงของสะเก็ดระเบิด  วัสดุที่นำมาประยุกต์ใช้จะต้องสามารถป้องกันอันตราย  มีความคล่องแคล่วในขณะที่เก็บกู้วัตถุระเบิด      เดิมจะต้องนำวัสดุเส้นใยสังเคราะห์  KEVLAR  และ  SPECTRA ที่ต้องสั่งซื้อจากประเทศสหรัฐอเมริกา  จัดซื้อยาก  เนื่องจากผู้ผลิตจำกัดการจำหน่ายให้ตลาดต่างประเทศในแถบเอเชีย  เพราะเกรงว่าผู้ก่อการร้ายสากลจะนำไปใช้ในการก่อการร้ายและก่อความไม่สงบและที่สำคัญมีราคาสูง
ทีมผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะนำเส้นใยสังเคราะห์ที่หาซื้อได้ง่ายและผลิตภายในประเทศมาเป็นวัสดุในการตัดเย็บ  ได้แก่  Ultra  High  Molecular  Weight  Polyethylene  (UHMWPE)  ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีทัดเทียมกับเส้นใยสังเคราะห์  SPECTRA  และเส้นใยสังเคราะห์ชนิด  TWARON  FABRIC  T-750  แทนเส้นใยสังเคราะห์ชนิด  KEVLAR    ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์ทั้ง  2  ชนิด  มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน  เส้นใยสังเคราะห์ชนิค  TWARON  FABRIC  T-750  มีความต้านทานแรงดึงดูดได้ดีและคงทนเมื่อใช้งานที่อุณหภูมิสูง  ส่วนเส้นใยสังเคราะห์ชนิด  UHMWPE  มีค่าความต้านทานแรงดึงต่อน้ำหนักที่ต่ำกว่า  แต่สามารถดูดคลื่นพลังงานจลน์ได้ดีกว่า เส้นใยสังเคราะห์TWARON  FABRIC  T-750
วิธีการที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนาวัสดุป้องกันอันตรายจากสะเก็ดระเบิด  คือ  วิธีการออกแบบทางวิศวกรรม  ซึ่งได้รวบรวมเอาวิธีวิจัยหลายๆอย่าง  เข้าไว้ด้วยกันโดยวิธีบรรยาย  วิเคราะห์  ทดลองและทดสอบ  ประเมินค่า  เพื่อหาคุณลักษณะการจัดเรียงแบบผสมผสานของวัสดุเส้นใยสังเคราะห์ทั้ง  2  ชนิด  ดังกล่าวให้สามารถต้านทานต่อการทะลุทะลวงและลดแรงปะทะของสะเก็ดระเบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การนำเอาแผ่นของเส้นใยสังเคราะห์ทั้ง  2  ชนิดมาคำนวณหาจำนวนชิ้นที่จำนำมาเรียงซ้อนกัน  (HYBRIDIZATION)  เพื่อจะได้วัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับตัดเป็นชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิด  โดยนำเอาแต่ละแบบของแผ่นเกราะอ่อนที่ออกแบบสำหรับตัดเป็นชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิด  โดยนำเอาแต่ละแบบของแผ่นเกราะอ่อนที่ออกแบบไว้ไปทดลองยิงด้วยกระสุนปืนขนาด  .22  นิ้ว  น้ำหนัก  40  เกรน  ที่ความเร็วปะทะเฉลี่ย  329  เมตร/วินาที  หรือ  1080  ฟุต/วินาที  แผ่นเกราะแบบลูกผสมนี้ได้นำไปทดสอบยิงในสนามยิงปืนตามกรรมวิธีที่กำหนดในมาตรฐาน  NIJ  และทำการทดสอบชุดลดอันตรายด้วยระเบิดแสวงเครื่องชนิดสะเก็ดระเบิดกำหนดทิศทาง(เดล์โมแสวงเครื่อง)น้ำหนักรวม  4.1  กิโลกรัม  ที่ระยะ  3  เมตร  โดยเจ้าหน้าที่ทลร.ฉก.อโนทัย  กอ.รมน.ภาค  4  สน.  ที่ระยะการยิง  5  เมตร  ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบกับความเร็วของสะเก็ดระเบิดจริง  จึงเป็นวิธีการวิเคราะห์หาต้นแบบเกราะอ่อนที่ดีมาเป็นวัสดุต้นแบบสำหรับตัดเย็บเป็นชุดปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ตรวจค้น  เก็บกู้  และทำลายวัตถุระเบิด
ผลการทดลองพบว่าเสื้อเกราะอ่อนที่ออกแบบโดยจัดแผ่นเกราะอ่อนเรียงกันจำนวนชั้น  คือ  TWARON  FABRIC  T-750  จำนวน  5  ชั้น  อยู่ด้านนอกและใช้     UHMWPE  จำนวน  12  ชั้นอยู่ด้านใน  จำทำให้แผ่นเกราะอ่อนแบบนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันสะเก็ดระเบิดได้ดี  ราคาอยู่ที่ประมาณ  100,000  บาท  ถ้าซื้อจากต่างประเทศราคา  ประมาณ  2,000,000  บาทต่อชุด   ชุดลดอันตรายจาดสะเก็ดระเบิดสังหารบุคคล  1  ชุด  ประกอบด้วย  1.  ส่วนป้องกันลำตัวด้านหน้าและหลัง  2.  ส่วนป้องกันคอ  3.  ส่วนป้องกันขา  สะโพก  เป้ากางเกง  4.  ส่วนป้องกันแขนถึงสองมือทั้งสองข้าง  5.  หมวกป้องกันใบหน้า  6.  แว่นตา  0.150  กก.  น้ำหนักรวม  1  ชุดประมาณ  12.036  กก.

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับชุดลดอันตรายจากสะเก็ดระเบิดสังหารบุคคลสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รศ.สุจิระ ขอจิตต์เมตต์, โทร.08-1813-5744 หรือ www.rmutt.ac.th

ที่มา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

Updated: February 21, 2017 — 12:19 pm

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Dip-Innovation © 2016 Frontier Theme