Dip-Innovation

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

Category: งานวิจัย

20.โครงการโปรไบโอติกสำหรับป้องกันโรคเรืองแสงในกุ้งกุลาดำ

รหัสโครงการ (P11-BT-51-03-010) ความเป็นนวัตกรรม เป็นนวัตกรรมระดับประเทศ ด้านผลิตภัณฑ์สารเสริมชีวนะสำหรับกุ้งกุลาดำ เพื่อใช้ป้องกันและรักษาโรคเรืองแสงจากเชื้อวิบริโอ โดยนำเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ Bacillus sp. มาเพาะเลี้ยงด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อในสภาวะที่เหมาะสม แล้วทำให้แห้งเป็นผงเพื่อความสะดวกในการนำไปใช้ผสมอาหารกุ้งกุลาดำของเกษตรกร ลักษณะของโครงการ ในประเทศไทยการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท  แต่ในการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำปัญหาใหญ่ที่ทำให้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวคือการป้องกันและควบคุมโรคที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตหนึ่งในโรคที่ก่อให้เกิดปัญหาได้แก่โรคเรืองแสง ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคที่เรียกลุ่ม vibrio หรือ vibriosis โดยเฉพาะเชื้อ Vibrio harveyi ซี่งอาการของกุ้งที่ติดเชื้อโรคเรืองแสง คือ ในลูกกุ้งที่ติดเชื้อเรืองแสง พบว่าลูกกุ้งจะอ่อนแอ ไม่ว่ายน้ำ ไม่กินอาหาร ตัวขุ่นขาว พบเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด สังเกตลูกกุ้งได้ ในเวลากลางคืนที่มืดสนิทไม่มีแสง จะเห็นแสงสีเขียวลอยขึ้นตามการขึ้นลงของลูกกุ้ง ลูกกุ้งที่ตาย หรือ อ่อนแอใกล้ตายจะล่องลอยไปตามการเคลื่อนไหวของน้ำ โรคเรืองแสงจะทำให้ลูกกุ้งตายภายใน 1-2 วัน ในอดีตที่ผ่านมาการป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อ vibrio จะใช้ยาหรือสารปฏิชีวนะ แต่จะมีผลตกค้างในเนื้อกุ้ง ดังนั้นการใช้โปรไบโอติกของโครงการนี้ จึงเป็นทางออกที่สำคัญในการลดการใช้สารเคมีที่มีผลตกค้างในระบบการผลิตสัตว์ที่เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ มูลค่าการลงทุน 936,000 บาท หน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ  คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การสนับสนุนจาก สนช. ให้การสนับสนุนในโครงการ“แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” […]

19.โครงการสารเคลือบผิวผลไม้สด KU wax

รหัสโครงการ (P11-BT-51-01-003) ความเป็นนวัตกรรม เป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ KU wax ซึ่งเป็นสารเคลือบผิวผลไม้สด มีส่วนประกอบหลักเป็น เชลแลค และสารช่วยเพิ่มความคงตัว และใช้อิมัลชั่นเทคโนโลยีในการผสมเพื่อให้ส่วนประกอบมีความหนืด และคงตัวที่เหมาะสมไม่แยกชั้นในระหว่างการเก็บรักษา ลักษณะของโครงการ การเคลือบผิวผลไม้เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยลดการสูญเสียภายหลังการเก็บเกี่ยวที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากสารเคลือบผิวจะถูกนำมาใช้ทดแทนชั้นของไขตามธรรมชาติที่อาจหลุดหายไปในขณะที่ทำการเก็บเกี่ยวหรือล้างทำความสะอาด ที่จะทำให้ผลิตผลมีการสูญเสียน้ำ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาต่างๆเร็วขึ้น นอกจากนี้สารเคลือบผิวยังทำให้ผลิตผลมีลักษณะดึงดูดใจผู้บริโภค และดังนั้น การใช้สารเคลือบผิวผลไม้จึงเข้ามามีบทบาทในตลาดผลไม้มากยิ่งขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดการนำผลงานวิจัยเกี่ยวกับสารเคลือบผิวผลไม้สด KU wax มาขยายผลให้สามารถผลิตได้ในระดับโรงงานต้นแบบที่มีกำลังการผลิต 150 ลิตร/วัน รวมทั้งการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ KU wax และการศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิวผลไม้สด มูลค่าการลงทุน 1,545,000 บาท หน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการ ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์  คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การสนับสนุนจาก สนช. ให้การสนับสนุนในโครงการ“แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน” ผู้ดำเนินโครงการ นายชินโชติ นิธิธนาชูโชค ที่มา: http://www.nia.or.th

18.โครงการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์บกที่มีกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (DHA)เป็นส่วนประกอบ Production of DHA(Docosahexaenoic Acid)-containing Livestock Feed

รหัสโครงการ (P11-BT-51-03-008) ความเป็นนวัตกรรม เป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (Docosahexanoic Acid; DHA) และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์บก โดยผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิด Schizochytrium sp. ในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถผลิตกรด DHA ได้ในอัตราส่วนที่สูงมากกว่าร้อยละ 50 ของน้ำหนักเซลล์แห้ง ลักษณะของโครงการ กรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (docosahexanoic acid; DHA) เป็นหนึ่งในกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะ(Polyunsaturated fatty acids, PUFAs) ในกลุ่มโอเมกา-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดจำเป็น (essential fatty acids) เนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง จึงต้องได้รับจากการบริโภคอาหารที่มี DHA โดยมีความสำคัญในการช่วยป้องกันและรักษาโรคบางชนิด โดยการผลิตกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (DHA) ในโครงการนี้เป็นการผลิตจากสาหร่ายเซลล์เดียว Schizochytrium sp . ที่แยกได้จากป่าชายเลนของประเทศไทย นำมาผลิตและทดสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (DHA) เป็นส่วนประกอบสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ ซึ่งในโครงการนี้นำมาใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์บก เนื่องจากสามารถใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มคุณภาพในตัวผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น สัตว์ปีก โค และสุกร เป็นต้น มูลค่าการลงทุน 1,318,000. บาท […]

17.โครงการการผลิตกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก(DHA) และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำที่มี DHA เป็นส่วนประกอบ

รหัสโครงการ (P11-BT-51-01-001)   ความเป็นนวัตกรรม เป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (Docosahexanoic Acid; DHA) และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ โดยผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิด Schizochytrium sp. ในอาหารเลี้ยงเชื้อชนิดใหม่ที่มีต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถผลิตกรด DHA ได้ในอัตราส่วนที่สูงมากกว่าร้อยละ 50 ของน้ำหนักเซลล์แห้ง ลักษณะของโครงการ กรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (docosahexanoic acid; DHA) เป็นหนึ่งในกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะ(Polyunsaturated fatty acids, PUFAs) ในกลุ่ม โอเมกา-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดจำเป็น (essential fatty acids) เนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง จึงต้องได้รับจากการบริโภคอาหารที่มี DHA โดยมีความสำคัญในการช่วยป้องกันและรักษาโรคบางชนิด โดยโครงการการผลิตกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (DHA) จากสาหร่ายเซลล์เดียว Schizochytrium sp . ที่แยกได้จากป่าชายเลนของประเทศไทย นำมาผลิตและทดสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีกรดโดโคซะเฮกซะโนอิก (DHA) เป็นส่วนประกอบสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ ซึ่งในโครงการนี้นำมาใช้ประโยชน์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและตัวอ่อนของปลาทะเลบางชนิดซึ่งพบว่าปลาที่ได้รับ DHA อย่างเพียงพอในช่วงตัวเต็มวัยก่อนที่จะมีการวางไข่ (spawning) จะทำให้ไข่มีอัตราในการฟักเป็นตัว (hatching rate) สูง […]

15.โครงการโครงการนำร่องการคัดแยกเพศเซลล์อสุจิเพื่อการผลิตโคนมเพศเมีย (Sexed Semen for Production of Female Diary Cattle)

รหัสโครงการ (P12-KD-50-03-008) ความเป็นนวัตกรรม เป็นนวัตกรรมระดับประเทศด้านการผลิตโคนมเพศเมีย โดยใช้เทคโนโลยีในการคัดแยกเพศเซลล์อสุจิในขั้นตอนก่อนการปฏิสนธิ ซึ่งอาศัยเทคโนโลยีการคัดแยกด้วยสารเคมี ทั้งนี้ เซลล์อสุจิที่ได้รับการคัดแยกไปผ่านกระบวนการแช่แข็งเก็บเป็นน้ำเชื้อแช่แข็ง เพื่อนำไปผสมให้แม่โคที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่มีวงจรการเป็นสัดปกติโดยวิธีการผสมเทียม ทั้งนี้ การคัดแยกเพศของเซลล์อสุจิจะมีความแม่นยำในการได้ลูกโคเพศเมียสูงมากกว่าร้อยละ 70 ลักษณะของโครงการ ปัจจุบัน ความต้องการของผลิตภัณฑ์น้ำนมภายในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น หากแต่การผลิตวัตถุดิบน้ำนมภายในประเทศกลับไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มจำนวนโคนม ดังนั้น การคัดแยกเพศเซลล์อสุจิจึงเป็นกระบวนการในการเพิ่มโอกาสให้เซลล์อสุจิที่มีโครโมโซมเพศเมียได้มีโอกาสเข้าไปปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ให้ได้มากที่สุด อนึ่ง เทคโนโลยีในการคัดแยกเพศนี้ จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมภายในประเทศให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุดในด้านของการลดต้นทุนการผลิตโคนมเพศเมียด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง มูลค่าการลงทุน 8,312,000 บาท หน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการ กลุ่มนักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล การสนับสนุนจาก สนช. ให้การสนับสนุนในโครงการ“ ทุนเครือข่ายวิสาหกิจนวัตกรรม” ผู้ดำเนินโครงการ บริษัท ออเร็นทัล สปา จำกัด ที่มา: http://www.nia.or.th

14.รพ.หัวใจกรุงเทพวิจัย\’สเต็มเซลล์หัวใจ

รพ.หัวใจกรุงเทพจับมือม.ขอนแก่นและสถาบันการแพทย์ต่างชาติ ทำ 2 โครงการวิจัยใหญ่สเต็มเซลล์หัวใจและผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจบาดแผลเล็ก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ รุกสู่สถาบันวิจัยและการเรียนรู้แห่งอาเซียน เดินหน้าทำ 2 โครงการวิจัยใหญ่สเต็มเซลล์หัวใจและผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจบาดแผลเล็ก วางแผนส่งหมอกับพยาบาลเรียนต่อสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์ก สหรัฐอเมริกา ทำโครงการวิจัยรักษาผู้ป่วยหัวใจวายด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัดหรือสเต็มเซลล์ เพื่อศึกษาถึงความปลอดภัยของเทคโนโลยี และหารูปแบบใหม่ในการใช้ประโยชน์ โดยโครงการได้วิจัยไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปีหน้า ในการทดสอบสเต็มเซลล์ได้ดำเนินกับผู้ป่วยโรคหัวใจวาย 66 คน ซึ่งไม่มีวิธีอื่นรักษายกเว้นการปลูกถ่ายหัวใจ โดยการทดสอบได้ใช้เซลล์ตัวเต็มวัย (adult stem cells) จากตัวคนไข้เอง ซึ่งมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพยังมีโครงการวิจัยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบแผลผ่าตัดเล็ก (4 เซนติเมตร) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ เมื่อเทียบกับปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ จะต้องผ่าเปิดช่องอกเป็นแนวยาว โดยวิจัยร่วมกับศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และศูนย์โรคหัวใจอีก 25 แห่ง ในแถบยุโรปและสหรัฐ ขณะที่ทีมวิจัยของไทยถือเป็นประเทศเดียวในเอเชีย ที่ได้เข้าร่วมโครงการวิจัยนี้กับทีมวิจัยต่างประเทศ สำหรับโครงการวิจัยผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจฯ กำหนดจะเริ่มดำเนินโครงการในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะวิจัยในผู้ป่วยประมาณ 35 คน ในระยะเวลา 1 ปี โดยการผ่าตัดแผลเล็กถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นราว […]

13.สภาวิจัยฯหนุนคิดค้น\’ซีเมนต์\’ยึดฟันราคาถูก

         หมอฟันเชียงใหม่ผลิต \”ซีเมนต์\” เพื่องานทันตกรรม เผยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนลดขนาดอนุภาคเนื้อซีเมนต์ให้เล็กจิ๋ว เพิ่มแรงยึดฟันกับอุปกรณ์ทันตกรรม รศ.ทพ.ดร.ปราโมทย์ ลิมกุล อาจารย์ประจำคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังวิจัยในโครงการผลิตซีเมนต์ยึดฟันชั่วคราว ซึ่งจัดเป็นทันตวัสดุสิ้นเปลือง เพื่อใช้ภายในประเทศ และต้องมีคุณสมบัติดีเท่าเทียมกับทันตวัสดุที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมวิจัยแห่งชาติ ภายใต้โครงการวิจัยแผนงานวิจัยแบบบูรณาการด้านยาและเคมีภัณฑ์ เนื่องจากประเทศไทยต้องสั่งซื้อซีเมนต์ชั่วคราวนับร้อยล้านบาท ซึ่งใช้สำหรับยึดฟันกับวัสดุทางทันตกรรม อาทิ อุปกรณ์ครอบฟัน ดังนั้น เพื่อลดการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศ ทางคณะวิจัยจึงศึกษาการเตรียมซีเมนต์ยึดฟันเพื่อใช้ในประเทศ ส่วนขั้นตอนการทำอุปกรณ์ครอบฟัน ทันตแพทย์จะใช้วัสดุครอบฟันชั่วคราวยึดฟันไว้ก่อนเป็นเวลา 1- 2 สัปดาห์ โดยใช้ซีเมนต์เป็นตัวยึดฟันกับอุปกรณ์ครอบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการที่แบคทีเรีย หรือสิ่งสกปรกหลุดเข้าเนื้อฟันและรากฟัน \”ฟันเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานอย่างหนักและมีอายุไม่จำกัด เมื่อถูกใช้งานมากก็มีการสึกกร่อน ผุหรอ จึงจำเป็นต้องบูรณะ หากอุดฟันไม่ได้ ก็ต้องครอบฟัน ในระหว่างที่รอฟันแท้มาครอบ หมอจะนำที่ครอบฟันชั่วคราวมายึดไว้กับฟันที่ผุก่อน โดยใช้ซีเมนต์ยึดไว้ชั่วคราวซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ในราคาหลอดละ 1,600 บาท แต่เราสามารถพัฒนาให้ราคาถูกกว่า 4 เท่า และตั้งเป้าหมายลดการนำเข้าวัสดุทันตกรรมดังกล่าวด้วย\” หัวหน้าคณะวิจัยกล่าว คณะวิจัยได้ศึกษาการเตรียมซีเมนต์ และวิเคราะห์องค์ประกอบของซีเมนต์ พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพสารเคมี จากนั้นนำไปทดสอบยึดระหว่างแผ่นอะครีลิคกับวัสดุจำลองเนื้อฟัน ซึ่งเป็นการจำลองการยึดติดระหว่างครอบฟันกับเนื้อฟัน […]

14 P&G

พีแอนด์จี ยักษ์ใหญ่ด้านนวัตกรรมในสินค้าอุปโภคบริโภคที่รู้จักกันดี และได้รับการขนานนามว่ามุ่งเน้นนวัตกรรมเป็นลำดับต้นๆ อยู่แล้ว โดยกลยุทธ์ล่าสุดของพีแอนด์จี คือ การใช้ นวัตกรรมแบบเปิด หมายถึง พยายามนำเอาไอเดียนวัตกรรมใหม่ๆ มาจากลูกค้าหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกกิจการด้วย ซึ่งทำให้ได้ความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่เข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ อย่างมาก รวมถึง ยังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการกระจายสินค้าผ่านทางร้านโชห่วยในแต่ละท้องถิ่น ของตลาดประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น ที่มา: http://www.wiseknow.com/blog/2008/05/18/192/

12.จุฬาฯพัฒนาพลาสติกนาโนทำแผ่นปิดแผล

12.จุฬาฯพัฒนาพลาสติกนาโนทำแผ่นปิดแผล นิสิตวิทยาลัยปิโตรเลียมจากจุฬาฯ พัฒนากระบวนการผลิต \”พลาสติกนาโน\” เพิ่มคุณสมบัติผลิตเป็นวัสดุปิดแผลและวัสดุเพาะเลี้ยงเซลล์ทำอวัยวะเทียม นางสาวพรสุดา หอมระรื่น นิสิตหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตนานาชาติ สาขาวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ทีมงานได้ศึกษาหาวิธีการเพิ่มคุณภาพพลาสติก โดยทำให้เส้นใยพลาสติกมีขนาดเล็กลงในระดับต่างๆ หรืออยู่ในช่วง 100-1,000 นาโนเมตร ขณะที่งานวิจัยทั่วไปในปัจจุบันลดขนาดเส้นใยพลาสติกได้เพียง 10 นาโนเมตร เท่านั้น งานวิจัยของทีมงานที่ปั่นเส้นใยให้อยู่ในช่วง 100-1,000 นาโนเมตร นี้ ยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการ โดยเป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาเส้นใยพลาสติกให้มีขนาดเล็กลงในระดับต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้งานจริงในอนาคต ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาอีกระยะหนึ่ง จากนั้นจะฟังเสียงตอบรับจากเอกชนถึงความต้องการในอุตสาหกรรมและลักษณะของการนำไปใช้ประโยชน์ ก่อนที่จะมีการผลิตจริงในอนาคต ทั้งนี้ในปัจจุบัน นักวิจัยพยายามพัฒนาวิธีการเพิ่มคุณสมบัติของพลาสติกด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อนำพลาสติกที่ได้ไปใช้ประโยชน์เฉพาะทางและหลากหลายมากขึ้น โดยพัฒนาให้เส้นใยมีขนาดเล็กลงมากที่สุดกระทั่งอยู่ในระดับนาโนเมตร ซึ่งล่าสุดทำได้ในขนาด 10 นาโนเมตร ในส่วนของทีมวิจัยวิทยาลัยปิโตรเลียมฯ ได้ศึกษาเทคนิคลดขนาดเส้นใยพลาสติกเช่นกัน โดยอาศัยหลักการนำเทคนิคไฟฟ้าสถิตมาใช้ในการปั่นเส้นใย เพื่อให้เส้นใยพลาสติกมีขนาดเล็กกระทั่งสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบทางชีวภาพ และผลิตเป็นอุปกรณ์การแพทย์ อาทิเช่น วัสดุปิดแผล รวมถึงวัสดุเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการทำอวัยวะเทียม ที่มา: http://www.komchadluek.net/2006/06/01/h001_13990.php?news_id=13990

11.ผ้านาโนหุ้มเบาะรถทำความสะอาดตัวเอง

11.ผ้านาโนหุ้มเบาะรถทำความสะอาดตัวเอง สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ พัฒนาผ้าหุ้มเบาะรถยนต์คุณสมบัติสามารถทำความสะอาดตัวเองได้หมดจดเผยเส้นใยผ้าเคลือบไทเทเนียมไดออกไซด์ระดับนาโน   ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ผ้าหุ้มเบาะรถยนต์แบบทำความสะอาดตัวเอง เป็นผลงานของสถาบันฯ ที่พัฒนาร่วมกับดร.อัตรวัต ศิริสุข นักวิจัยวิศวเคมี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) โดยอาศัยเทคโนโลยีเคลือบฟิล์มด้วยอนุภาคไทเทเนียมไดออกไซด์ระดับนาโน งานวิจัยครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ปลอดเชื้อโรค และทนต่อการขัดถูด้วยการเคลือบสารละลายในระดับนาโน โดยพัฒนาให้สารเคลือบจะต้องคงทนและไม่หลุดออกง่าย จากการวิจัยได้ทดลองพ่นเคลือบฟิล์มไทเทเนียมไดออกไซด์ลงบนผ้าหุ้มเบาะที่ทำมาจากกำมะหยี่และมีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์ เรยอง ซึ่งมีลักษณะเป็นขนตลอดทั้งผืน และเคลือบโดยวิธีใช้เครื่องพ่นฝอยหรือฉีดสเปรย์ เพื่อให้สารละลายสามารถเข้าสู่เส้นใยผ้าได้ดียิ่งขึ้น “ด้วยคุณสมบัติของไทเทียมไดออกไซด์ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เอง อีโคไล และนิวโมเนีย ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ จึงเหมาะกับการนำมาพัฒนาเป็นผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ เนื่องจากผ้าดังกล่าวมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทำความสะอาดน้อยครั้ง ดังนั้นหากมีคราบสกปรกติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น คราบอาหาร คราบน้ำมัน ซึ่งเป็นสารอินทรีย์จะสามารถสลายตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป“ ดร.ชาญชัย กล่าว โครงการฯ ยังมีแผนร่วมกับ บริษัท มนตรีทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) เพื่อทดลองใช้ผ้าหุ้มเบาะกับรถทัวร์ที่ใช้งานเป็นประจำ 1 คัน เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อเปรียบเทียบการใช้งาน โดยเฉพาะคราบสกปรกที่ติดอยู่บนผ้า […]

Dip-Innovation © 2016 Frontier Theme